KaMoN SrIsAwAn...'s profile--KaMoN--PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    March 02

    สองเงาในเกาหลี

              ทรงกลด บางยี่ขันเขียนหนังสือเล่มนี้เป็นตอนสั้นๆ 39 ตอน (ดูตามสารบัญ) ทั้งหมด 352 หน้า อาจคิดว่า… โห หนามากๆ แต่ขอบอกว่า ความหนาไม่ได้มีผลกับการอ่านของเราซักเท่าไหร่ เพราะอ่านรวดเดียวจบและคิดว่า ไม่เห็นจะหนาเลย จบเร็วจัง ในแต่ละตอนกระชับ ไม่เยิ่นเย้อ มีเวลาให้พอพักสายตากับภาพสวยๆ ที่คั้นไว้ในแต่ละบทพอสมควร ชื่อของแต่ละตอนก็เก๋ไก๋ เดาไม่ค่อยออกว่าเกี่ยวกับอะไรทำให้อยากรู้ว่าจะมีอะไรให้รู้อีกนะ อย่างเช่น ถ้าคุณรอ ผมก็คอย, ปลาดาวเล่านิทาน และถ้านอนกอดบันได แล้วจะเอาอะไรปีน เป็นต้น   อ่านหนังสือเล่มนี้ สองเงาในเกาหลี นอกจากจะได้เที่ยวไปกับก้องและพิณแล้ว อีกอย่างที่ได้คงจะเป็นประสบการณ์ของก้อง หรือ ทรงกลด ผู้เขียนที่ได้ถ่ายทอดลงเป็นตัวอักษรให้เป็นความรู้ เปิดหูเปิดตา ให้ลิ้มลองมากขึ้นด้วย อย่างเช่น การเปรียบเทียบเหตุการณ์ต่างๆ กับรายการทีวี ภาพยนตร์ หรือนิทาน ที่ผู้เขียนได้เคยดู ชม หรืออ่านมา นำมาสอดแทรกอยู่ตลอดเล่ม การอ่านหนังสือทำให้เราได้รับรู้ประสบการณ์ ความคิดที่ผู้เขียนได้ถ่ายทอดมาทั้งทางตรง และทางอ้อม แต่แม้จะอ่านหนังสือเป็นล้านเล่มก็ไม่เท่ากับการออกเดินทางไปได้ประสบการณ์นั้นๆ เองเพียงครั้งเดียวนะ    มีหลากหลายตอนในหนังสือเล่มนี้ที่อยากโค้ดลงมาเก็บไว้ เหมือนเด็กๆ เคยทำ แต่คิดว่าคงเยอะน่าดูเชียวล่ะ เพราะประทับใจหลายตอนเหลือเกิน เด็กๆ เป็นคนชอบอ่านนิยายมากๆ โดยเฉพาะของคุณทมยันตี ชอบภาษาที่ใช้เขียน อ่านแล้วสละสลวย จินตนาการได้เยอะมากๆ ไม่ค่อยชอบอ่านพวก pocket book เท่าไหร่ เหตุคงเพราะภาษาไม่สวยมั้ง พออ่านจบ 1 เล่มก็จะโค้ดประโยคที่ประทับใจเอาไว้ในสมุดบันทึก ในสมุดบันทึกจะมีประโยคสั้นๆ ของหนังสือแต่ละเล่มที่ชื่นชอบ กลับมาอ่านกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ โตขึ้นมาหน่อยเริ่มฟังวิทยุก็จะมีเนื้อเพลงที่ชอบบันทึกไว้ด้วย กลับมาอ่านอีกทีก็สนุกดีเหมือนกัน บางเพลงกลับมาร้องอีกทีก็นึกไม่ออกแล้ว แต่เนื้อเพลงแต่งไว้ดีเหลือเกิน เอาเป็นว่า สองเงาในเกาหลี คงจะโค้ดเก็บในภายหลังหรือเมื่อครั้งหยิบขึ้นมาอ่านอีกรอบ  ปิดดท้ายด้วย หน้าสุดท้ายของบทสุดท้ายของ สองเงาในเกาหลีคำบอกเล่าในหนังสือจบแล้วแต่เหมือนเรื่องราวระหว่าง 2 คนนี้ยังไม่จบ ในหน้า 346

     “คุณถนัดหูซ้าย หรือหูขวามากกว่ากัน” ผมถามพิณก่อนที่เราจะแยกจากกัน
    “เท่าๆ กันมั้ง” ดูพิณจะงงกับคำถาม
    “ไม่ได้ เลือกมาข้างนึง”
    “หูขวา”
    “ผมมีอะไรจะบอกหูขวาคุณ”

    เรายืนขยับใกล้กันอีกนิด ปลายเท้าขวาของผมกับเท้าซ้ายของพิณแตะติดกัน ผมก้มลงกระซิบบอกอะไรบางอย่างกับหูข้างถนัดของพิณ ผมอยากให้เธอได้ยินชัดๆขอโทษ บางประโยคก็ควรจะรู้กันแค่ 2 คน มันคงเป็นความลับที่แม้แต่หูซ้ายก็ไม่อาจล่วงรู้

    พิณไม่ได้พูดอะไร มีแต่รอยยิ้ม
    รอยยิ้มอายๆ ของเธอทำเอาสายตาของผมต้องหลบลงต่ำ
    ตอนนี้บนพื้นไม่มีเงาของเราแล้ว
    เรากำลังจะจากกัน เงาเมื่อคืนที่เราเห็น คงเป็นเงาที่มีตัวตนปรากฏอยู่เฉพาะในเกาหลี เป็นสองเงาในเกาหลีเท่านั้น
    ตอนนี้ สองเงาที่เคยอยู่คู่ อยู่ข้างกัน ไม่มีแล้ว
    ผมไม่รู้ว่ามันอยู่ที่ไหน
    ถ้ามันไม่หายไปจากกันไป
    ก็อาจจะกลายเป็นอะไรที่ไม่ใช่แค่เงา